ปลุกสิงห์นัดแรก หลับลึกกว่าเดิม
ไม่เกินความคาดหมายครับสำหรับทรงบอลของ เชลซี ในยุค แฟร็งค์ แลมพาร์ด รอบ 2 เพราะเป็นอะไรที่คุ้นตาพวกเราเป็นอย่างดี
“สิงห์บลู” บุกไปแพ้ วูลฟ์ หวุดหวิด 1-0 ฉุดอารมณ์แฟนบอลให้ดิ่งอย่างต่อเนื่องและทำให้พวกเขาแพ้เป็นนัดที่ 11 จาก 30 นัดในซีซั่นนี้ยังแช่อยู่อันดับ 11 ตามเดิม
จาก โธมัส ทูเคิ่ล สู่ แกรห์ม พ็อตเตอร์ และ แลมพ์ สิ่งที่เห็นสดๆร้อนๆคือ “สิงห์”มีความล่กกว่าเดิมชัดเจนในระบบหลัง 4
การแกะเพรสต้องยืนใกล้กัน อย่างน้อยๆก็เป็น 3 เหลี่ยมเพื่อง่ายต่อการถ่ายบอลจังหวะเดียวซึ่งนักเตะเล่นระบบหลัง 3 มาตลอดพอเปลี่ยน 4 มั่วเลยทีนี้
เดลี่ เมล สรุปการเล่นของ เชลซี ในเกมนี้ว่าถ้าไม่นับความกระตือรือร้นหลัง “team talk” ในช่วงพักครึ่ง
ทีมของ แลมพ์ ห่วยพอๆกับ พ็อตเตอร์ (หรืออาจจะหนักกว่า) โดยไม่มีสัญญาณ “พลิกฟื้น” ใดๆให้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้
การเสียประตูโทนลูกเดียวของเกมนี้มาจากการเสียบอลตรงกลางสนามและการเคลียร์ในเขตโทษแบบ “พินบอล”
จนกระทั่งดวงแตกถูก นูเนส ลองของซัดจังหวะเดียวและทำให้เปิดซิงยิงลูกแรกในสีเสื้อ “หมาป่า” ในเกมต้อนรับ แลมพาร์ด ซะงั้น
คือ วูลฟ์ เป็นทีมที่ทรงบอลดีแต่ทรงงานจบสกอร์กากจัดถึงกลายเป็น 1 ในทีมที่ยิงประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นลูกนี้จึงสำคัญเอามากๆที่ทำให้พวกเขาทะยานพรวดๆขึ้นมาอยู่ที่ 12
ถึงบอกว่า เชลซี ซวยที่ลูกนี้มันไม่ง่ายเลย เป็นประตูที่ชีวิตนี้แข้งวัย 24 ปีอาจยิงไม่ได้อีกแล้วกับลูก “ใบไม้ร่วง” ในลักษณะคล้ายๆ มาร์โค ฟาน บาสเท่น ซัดใส่สหภาพโซเวียตในศึกยูโร 88 เพียงแต่ของพี่ฟานมุมแคบกว่าเยอะมาก
เข้าใจความรู้สีกแฟน “สิงห์” สุดๆเพราะเมื่อก่อนยังพอมีจุดขายในเรื่องของการ build up เกมขึ้นมาแบบเนียนๆแต่จะไปเน่าตรงการจบสกอร์ที่ไม่มีตัว striker อาชีพ
แต่นี่ไม่เหลืออะไรไว้อวดสาวแล้วครับ เหนื่อยแทนจริงๆเพราะ ณ เวลานี้มองไม่เห็นเลยว่าใครจะรับอาสายิงประตูปังๆจังๆแบบไม่ต้องเสียเวลาลุ้น
ไค ฮาแวร์ตซ์ ต้องถูกเข็นเล่นในตำแหน่งสำคัญตรงนี้มาตลอดแต่มันเห็นๆกันอยู่แล้วว่าปั้นไม่ขึ้น
การเล่นของน้อง “ไก่” เหมือนรอให้จบฤดูกาล ไม่มี energy, สปีดช้า, การเล่นดูอ่อนแอ ความกระหายความทรงพลังไม่เหลือเลย
เจา เฟลิกซ์ ที่เป็นอีกคนที่เป็นความหวังลำดับถัดมาแต่การปั่นโค้งๆตามเวย์ของแกดูแล้วเรดาร์ยังค้นหาสัญญาณไม่เจอในขณะที่ สเตอร์ลิ่ง ไม่ต้องพูดถึงรายนี้ขนาดตอนฟอร์มพีคสุดการยิงประตูไม่ใช่ทางของแกจริงๆ
แม้กระทั่งตัวหมดสภาพอย่าง โอบาเมยอง ที่ แลมพ์ เปิดฝาโลงเรียกใช้บริการส่งมากู้สถานการณ์ในนาที 67 ก็ไม่ช่วยให้ แลมพ์ รอดพ้นความปราชัยในเกมนี้
ในขณะเดียวกันที่ต้องยอมรับว่า แลมพ์ แก้ไขสถานการณ์หน้างานลำบากโคตรๆเพราะอย่าลืมว่า วูลฟ์ เป็นทีมสไตล์บอลภาคพื้นยุโรป, มีความเขี้ยว, ขยันตามตัว เจอแท็คติกส์ โลเปเตกี เข้าไปอีกจุกๆ
จริงๆ “หมาป่า” สถิติในบ้านไม่ได้เลิศหรูอะไรเลย ก่อนเจอ “สิงห์” ชนะกับแพ้เท่ากันเลยคือ 6 แถมประตูได้เสียติดลบอีกต่างหาก
สถานการณ์ของ “สิงห์” จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้วครับเพราะต่อให้ แลมพ์ ดึกดำบึ๋ยพาทีมลงเหวเรื่อยๆแกคงจะอยู่จนจบฤดูกาลเพื่อหลีกทางให้ “ของจริง” เขามารับงานอีกที
ท็อดด์ โบห์ลี่ เลยจุดที่จะควานหาใครมาแทนอีกแล้วและน่าสนใจเอามากๆว่า แลมพ์ จะปลุกปล้ำทีมๆนี้อีท่าไหนเมื่อดูจากคู่ต่อสู้โหดๆที่มาแบบไม่พักทั้ง เรอัล มาดริด, ไบรท์ตัน
และยังเหลือบรรดาของแข็งในช่วงโค้งสุดท้ายอีกทั้ง อาร์เซนอล, แมนฯซิตี้ และ นิวคาสเซิ่ล
วลีปลุกสิงห์ต้องใช้สิงห์เห็นทีรอบนี้หลับลึกหลับยาวแน่ๆครับ…
สถิติ สถิติ สถิติ
เชลซี แพ้เกมเยือนในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เป็นเกมที่ 7 แล้ว ครั้งสุดท้ายที่แพ้มากกว่าหนนี้คือ 8 เกมเมื่อฤดูกาล 2000-01
เชลซี ยิงเข้ากรอบหนเดียวจาก 13 ครั้งในเกมพบ วูลฟ์ โดยครั้งสุดท้ายที่ยิงเข้ากรอบหนเดียวหรือน้อยกว่าในเกมเยือนพรีเมียร์ลีกต้องย้อนกลับไปไกลถึงฤดูกาล 2003-04 นู่นเลย
แม้ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 68 แต่ เจา เฟลิกซ์ เป็นคนที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในเกมนี้ (4 หน) และนับตั้งแต่เดบิ๊วท์กับ เชลซี เมื่อเดือนมกราคมเขามีโอกาสยิงประตูมากกว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคน (36 ครั้ง)
ที่มา: soccersuck